Articles

สูงวัยเสี่ยงภัยกระดูกพรุน

สกว.เป็นองค์กรวิจัยที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังที่พบบ่อย ได้แก่ โรคเบาหวาน ไขมันสูงในเลือด และความดันโลหิตสูง ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลเสียต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด และสมองเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน หรือทำให้กระดูกพรุนที่เป็นอยู่แล้วรุนแรงขึ้น

หลายคนอาจเข้าใจว่าโรคกระดูกพรุนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ที่จริงเมื่ออายุเกิน 60 ปีแล้ว กระดูกจะสูญเสียแคลเซียมอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) หลังหมดประจำเดือน ส่วนผู้ชายก็พบได้เช่นกัน เนื่องจากฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) จะค่อยๆ ลดระดับลงแม้ว่าจะไม่ลดลงเร็วเท่าผู้หญิง เมื่อกระดูกขาดฮอร์โมนเพศมากระตุ้น เซลล์สร้างกระดูกจะลดการทำงาน ส่วนเซลล์ที่สลายกระดูกจะทำงานเพิ่มขึ้น ทำให้ระบบของกระดูกเสียสมดุลจนเกิดภาวะกระดูกบางและโรคกระดูกพรุนในที่สุดโรคเรื้อรังทั้งสามชนิดข้างต้นจะกระตุ้นให้เซลล์สลายกระดูกยิ่งทำงานเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเซลล์สลายกระดูกมีความไวต่อสารเคมีที่เรียกว่า ไซโตไคน์ ซึ่งสร้างขึ้นจากการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกาย โดยเฉพาะการอักเสบที่เพิ่มขึ้นในโรคเบาหวานและโรคเรื้อรังอื่นๆ ส่งผลให้กระดูกเสียแคลเซียมอย่างรวดเร็ว และอาจทำให้กระดูกหักได้ง่าย เมื่อกระดูกต้นขาหักในผู้ที่มีอายุเกิน 80 ปี จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก

สกว.เห็นความสำคัญของการสร้างเทคโนโลยีและการปรับนิเวศภูมิทัศน์ เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้ผู้สูงอายุเกิดอุบัติเหตุจนกระดูกหัก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อช่วยผู้สูงอายุ การพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเดินและพยุงตัว การออกแบบบ้านและสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการเดิน การใช้ชีวิตประจำวัน และการออกกำลังกาย ตลอดจนการประดิษฐ์เซ็นเซอร์เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคเรื้อรังตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น เป็นต้น นอกจากนี้ สกว.ยังจับมือกับทั้งภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมเพื่อผลิตอาหารที่เสริมสร้างสุขภาพที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียม วิตามินดี ไฟเบอร์พรีไบโอติก หรือจุลินทรีย์โพรไบโอติก

มีหลายปัจจัยที่สามารถทำให้สุขภาพกระดูกของผู้สูงอายุเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว แต่เรามักนึกไม่ถึง เช่น ความเครียดหรือวิตกกังวลเรื้อรัง หรือการนั่งๆ นอนๆ ทั้งวันติดต่อกันหลายเดือน ซึ่งมักเป็นผลจากการขาดการดูแลจากสมาชิกในครอบครัว หรือเป็นครอบครัวขนาดเล็กที่ปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพัง ความเครียดวิตกกังวลจะทำให้สมองส่งสัญญาณประสาทที่ผิดปกติออกไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงกระดูกด้วย ส่วนการขยับแขนขาน้อยจะทำให้เซลล์สร้างกระดูกขาดการกระตุ้นที่เหมาะสม จนความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหัก

อย่างไรก็ตาม การป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคกระดูกพรุนถือเป็นทางออกที่ดีกว่าการรักษา บางครั้งการควบคุมโรคเรื้อรังต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็อาจไม่ช่วยรักษากระดูกที่เสื่อมถอยลงจากโรคเรื้อรัง ตัวอย่างเช่น งานวิจัยของ สกว.ที่ยืนยันว่า การควบคุมเบาหวานได้ดีไม่สามารถทำให้ความเสื่อมของกระดูกที่เกิดจากโรคเบาหวานหายไป ดังนั้นเราจึงควรรักษาสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย ลดอาหารหวาน มัน เค็ม และออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันโรคเรื้อรังหลายชนิดแล้ว ยังสามารถช่วยชะลอการลดลงของมวลกระดูกได้อีกด้วย

ที่มา : เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์

โดย ศ.ดร.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. หน่วยวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


สำนักงานสถิติจังหวัดสมุทรสงคราม ศาลากลางจังหวัดชั้น 1 (หลังเดิม)
อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม 75000
โทร.0-3471-1001 โทรสาร 0-3471-4990
สายด่วนมหาดไทย : 63007 
E-mail : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.